กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ประชาสัมพันธ์ผ้าไหมไทย พร้อมชวนเที่ยวเมืองรองภาคเหนือภายใต้แคมเปญ
“เส้นทางสายไหม...สู่เมืองรอง”

กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำคณะสื่อมวลชนสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย โดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเมืองรองภายใต้แคมเปญ “เส้นทางสายไหมสู่เมืองรอง” เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ พร้อมเยี่ยมชมชุมชนแหล่งผลิตผ้าไหมไทยอัตลักษณ์แห่งภาคเหนือตอนล่าง ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ พิจิตร นครสวรรค์ และอุทัยธานี โดยหวังให้เกิดการยกระดับผลิตภัณฑ์ผ้าไหม...สู่แหล่งท่องเที่ยว และเชื่อมโยงต่อยอดไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของแต่ละจังหวัด กระตุ้นการบริโภคและซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย สินค้า และบริการในเมืองรองมากขึ้น

pic1
pic1
pic1

การเดินทาง เริ่มต้นที่กลุ่มผ้าทอบ้านห้วยแก้ว จ.พิจิตร ที่นี่มี “ผ้าไหมลายสายดอกแก้ว” และลายประจำจังหวัดอย่าง “ลายดอกบุนนาค” ที่ทอบนผืนผ้าสีเขียวที่เป็นสีประจำจังหวัดของ จ.พิจิตร จากนั้นไปต่อที่ กลุ่มทอผ้าบ้านหนองพง ที่มีการสร้างสรรค์ผ้าไหมมัดหมี่ลาย “ต้นสน” และ ลวดลายต่างๆ ที่บรรพบุรุษประยุกต์มาจากธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ต่อมาได้เพิ่มลวดลายผ้าไหมให้สวยงามและแปลกใหม่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงใช้ “กี่กระตุก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทอผ้าจากภูมิปัญญาพื้นบ้านชาวไทยเชื้อสายพวนในการถักทอ ทำให้ได้ผ้าไหมที่มีคุณภาพดี เนื้อไหมละเอียด สีสันสวยงาม สีไม่ตก และราคาย่อมเยา นอกจากผ้าไหมแล้วที่จ.พิจิตร ยังมีศาสนสถานที่ควรจะเดินทางไปสักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล คือ วัดโพธิ์ประทับช้าง และวัดท่าหลวง อีกทั้งยังมีสถานที่พักผ่อนกับบรรยากาศที่เงียบสงบของชาวเมืองพิจิตร คือ บึงสีไฟ

pic1
pic1 pic1
pic1
pic1

เดินทางต่อไปยัง วัดคีรีวงศ์ จ.นครสวรรค์ สัมผัสบรรยากาศที่สวยงามและชมวิวเมืองแบบ 360 องศา และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่คือ “พาสาน” สัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ออกแบบและตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามโดดเด่นและทันสมัย โดยได้รับแรงบันดาลใจการสร้างสรรค์มาจากการศึกษาสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม และประเพณีวัฒนธรรมของชาวปากน้ำโพ จากนั้นไปตามรอยผ้าไหมทัศน์ทองที่งดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มทอผ้าไหมบ้านชุมตาบง สามารถเยี่ยมชมกระบวนการผลิตผ้าไหม ตั้งแต่การเลี้ยงไหม สาวไหม จนได้เส้นไหมที่นำออกมาทอเป็นผืนผ้า รวมถึงการย้อมสีจากธรรมชาติ การผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เน้นใช้ทรัพยากรที่มีในชุมชน และแบ่งผลกำไรเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรในท้องถิ่น จนได้รับมาตรฐาน “นกยูงพระราชทาน สีเงิน-สีน้ำเงิน”

pic1
pic1
pic1
pic1
pic1
pic1

ปิดท้ายที่ จ.อุทัยธานี แวะชมความงดงามของภูเขาหินปูนเทือกเขาปลาร้า หุบเขาตาด และความสวยงามของดอกไม้นานาชนิด ณ “บ้านชายเขา” ที่ได้รับการขนานนามว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย และแวะไปทำบุญสักการะรอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ “วัดถ้ำเขาวง” ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขาที่ร่มรื่น จากนั้นไปตามรอยผ้าไหมพื้นเมืองที่มีความสวยงาม ที่กลุ่มทอผ้าบ้านบึง สืบทอดลวดลาย “ผ้าไหมทอจก” เป็นผ้าไหมมัดหมี่ทอที่พื้นเมืองต่อตีนจกลายโบราณจากบรรพบุรุษ รังสรรค์ขึ้นจากจินตนาการที่อยู่รอบๆ ตัว โดยยังคงอัตลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่นดั่งในอดีตเอาไว้ ต่อด้วย กลุ่มทอผ้าลายโบราณบ้านภูจวง เป็นผ้าไหมมัดหมี่ต่อจกของชาติพันธุ์ลาวเวียงลาวครั่ง เป็นวัฒนธรรมของชาวไทขาว-ลาวเวียง โดยมีกระบวนการย้อมสีผ้าที่โดดเด่น ทั้งยังประยุกต์ร่วมกับเทคนิคสมัยใหม่ เพื่อให้ได้สีที่ติดทนนาน มีสีสันสวยงาม ทำให้มีชีวิตชีวา น่าหลงไหล

pic1
pic1
pic1
pic1
pic1
pic1

เส้นการท่องเที่ยวของทั้ง 3 จังหวัด ยังมีสถานที่หลายแห่งที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แต่แท้จริงแล้วสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศเมืองรองที่รับรองว่า...มาแล้วจะไม่ผิดหวัง อีกทั้งยังได้เรียนรู้ภูมิปัญญาผ้าไหมที่ผู้ผลิตใส่ใจทุกกระบวนการผลิต มีความพิถีพิถัน ชวนหลงใหล และเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย

 
 
 
 
 
 
 

บทความ