บทความผ้าไหม ภาคอีสานของไทย
หัวข้อ เอกลักษณ์ผ้าไหมทางภาคอีสาน

การทอผ้าของชาวอีสาน เป็นวัฒนธรรมที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า ชาวอีสานเริ่มมีการทอผ้าใช้ในครัวเรือนตั้งแต่ต้นยุคโลหะหรือประมาณ 6,000 ปีมาแล้ว โดยเป็นงานที่ผู้หญิงจำเป็นต้องเรียนรู้และปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในชีวิตประจำวันและใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากนั้น ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ผู้หญิงคนนั้นมีความเหมาะสมพอที่จะออกเรือนไปได้หรือไม่

สำหรับเอกลักษณ์ของผ้าไหมในภาคอีสานมีด้วยกันหลายแบบ ตามชาติพันธุ์ต่างๆ กว่า ๒๐ ชาติพันธุ์ ส่วนมากมีเชื้อสายไท - ลาว ผ้าซิ่นของชนกลุ่มนี้ที่มีลักษณะโดดเด่น คือ ผ้าซิ่นลายขนานกับลำตัวและนิยมนุ่งสูงระดับเข่าหรือเหนือเข่า แตกต่างกับผ้าของล้านนาที่นิยมลายขวางลำตัวและนุ่งยาวกรอมเท้า การต่อหัวซิ่นและตีนซิ่น ถ้าเป็นซิ่นไหมจะต่อตีนซิ่นด้วยไหม จะมีขนาดแคบไม่นิยมเชิงใหญ่ หัวซิ่นนิยมต่อด้วยผ้าไหมชิ้นเดียว ทอขิดเป็นลายโบกคว่ำและโบกหงาย ใช้สีขาวหรือสีแดงเป็นพื้น การต่อตะเข็บและลักษณะการนุ่งจะแตกต่างไปจากภาคอื่น คือ นุ่งป้ายหน้าเก็บซ่อนตะเข็บ เวลานุ่งตะเข็บหนึ่งอยู่หลังสะโพก ต่างกับการนุ่งของชาวล้านนาหรือชาวไทยญวนที่นิยมนุ่งผ้าลายขวางที่มีสองตะเข็บ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นค่านิยมที่ได้รับการถ่ายทอดมาแต่อดีต

ส่วนผ้าทอพื้นบ้านของชาวอีสานที่รู้จักกันดีมี ๒ ชนิด คือ ผ้าที่ทอจากเส้นใยฝ้ายและไหม แต่ภายหลังมีการนำเส้นใยสังเคราะห์ประเภทด้ายและไหมโทเรมาผสมเข้าไปด้วย ผ้าไหมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่

1. ผ้าไหมมัดหมี่ มีสีเลื่อมระยับสวยงาม จากการใช้เส้นไหมต่างสีสองเส้นควบกัน โดยเฉพาะของชาวไทยเชื้อสายเขมร จะมีการมัดที่มีลักษณะพิเศษเป็นของตัวเอง และเรียกชื่อต่างกันออกไป เช่น ผ้าปูม ผ้าอัมปรม ผ้าโฮล เป็นต้น ซึ่งในเขตจังหวัดสุรินทร์นั้นมีคุณภาพดีมาก

ผ้ามัดหมี่

ผ้ามัดหมี่โฮล เอกลักษณ์ผ้าของจังหวัดสุรินทร์

2. ผ้าไหมแพรวา ที่สืบทอดมาจากชาวภูไท เรียกได้ว่าสามารถทอจกออกมาได้อย่างวิจิตร ล้ำค่าอย่างมาก

สาวภูไท กับเครื่องแต่งกายสำหรับฟ้อนภูไทสกลนคร

ผ้าแพรวา (ภาพจากเว็บไซต์ประตูสู่อีสาน)

ขอบคุณข้อมูล : เว็บไซต์ https://thaiunique.wordpress.com

 
 
 
 
 
 
 

บทความ