บทความผ้าไหม ภาคเหนือของไทย
หัวข้อ เอกลักษณ์ผ้าไหมทางภาคเหนือ

“ผ้าไหมไทย” มรดกทางวัฒนธรรมอันสวยงามและทรงคุณค่าที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นผู้นำและต้นแบบทางแฟชั่นชุดไหมไทยพระราชนิยม เมื่อคราวตามเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและยุโรป ทำให้ผ้าไหมเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก นับเป็นการเปิดตลาดและกลายเป็นสินค้าส่งออกที่มีชื่อเสียงอย่างมากจนถึงปัจจุบัน ผ้าไหมไทยนอกจากจะเต็มไปด้วยความประณีตและงดงามแล้ว ยังแฝงไปด้วยเรื่องราวอันน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นทางศิลปวัฒนธรรม หรือขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ร้อยเรียงผ่านเส้นไหมจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับภาคเหนือจะมีความแตกต่างจากภาคอื่นๆ ดังนี้

เนื่องจากภาคเหนือของประเทศไทยมีดินแดนที่อยู่ติดกับประเทศต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของคนหลายชาติพันธุ์ ซึ่งแต่ละชาติพันธุ์จะมีวัฒนธรรมการใช้ผ้าเป็นของตัวเอง ตั้งแต่การทอ การสร้างลวดลาย จนถึงการนุ่งห่ม ส่วนผ้าพื้นบ้านภาคเหนือที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดคือ ผ้าของชาวไทยวนและผ้าของชาวไทลื้อ โดยเฉพาะผ้าซิ่น ผ้านุ่งผู้หญิงนั้น มีส่วนประกอบที่คล้ายคลึงกัน แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

- หัวซิ่น ส่วนที่อยู่ติดกับเอว มักใช้ผ้าพื้นสีขาว สีแดง หรือ สีดำ ทำหน้าที่ต่อกับตัวซิ่น เพื่อให้ยาวพอดีกับความสูงของผู้นุ่ง นอกจากนั้นยังช่วยให้ใช้ได้คงทน เพราะเป็นชายพกที่ต้องขมวดเหน็บเอวบ่อยๆ
- ตัวซิ่น ส่วนกลางของซิ่น กว้างตามความกว้างของฟืม ทำให้ลายผ้าขวางลำตัว มักทอเป็นริ้วๆ มีสีต่างๆ
- ตีนซิ่น ส่วนล่างสุด อาจเป็นสีแดง สีดำ หรือทอลายจกเรียก ซิ่นตีนจก

การนุ่งซิ่นและห่มสไบเป็นการแต่งกายที่แพร่หลายในกลุ่มผู้หญิงชาวเหนือแทบทุกกลุ่ม แต่รูปแบบของซิ่นจะแตกต่างกันตามคตินิยมของแต่ละกลุ่ม โดยมีแบบแผนการทอผ้าและการสร้างลวดลายที่สำคัญ 3 ประเภท คือ

1. ลายล้วงหรือเกาะ คือ การสร้างลายด้วยวิธีล้วงด้วยมือ คือใช้เส้นด้ายสีต่างๆ สอดลงไปในเส้นด้ายยืนตามจังหวะที่กำหนดให้เป็นลายคล้ายการสานขัด จากนั้นจะใช้ฟืมกระแทกเส้นด้ายให้สนิทเป็นเนื้อเดียวกัน ผ้าลายล้วงที่มีชื่อเสียงคือ ผ้าลายน้ำไหล หรือ ผ้าลายน้ำไหลเมืองน่าน ซึ่งเกิดจากการล้วงให้ลายต่อกันเป็นทางยาว เว้นระยะเป็นช่วงๆ คล้ายคลื่น นอกจากนั้นยังมีลายอื่นๆ ที่เรียกชื่อตามลักษณะลาย เช่น ลายใบมีด หรือลายมีดโกน เป็นลายที่เกิดจากการล้วงสอดสีด้ายหลายๆ สีให้ห่างกันเป็นช่วงๆ เหมือนใบมีดบางๆ ลายจรวดมีลักษณะคล้ายจรวดกำลังพุ่ง เป็นต้น ซึ่งลวดลายทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นนี้จากกรรมวิธีในการล้วงทั้งสิ้น หากแต่ดัดแปลงและผสมกับกรรมวิธีอื่นเพื่อให้ได้ลวดลายที่ต่างกันออกไป

2. ลายเก็บมุก คือ การสร้างลวดลายด้วยการทอคล้ายกับการเก็บขิดของอีสาน ไม่ได้ล้วงด้วยมือ แต่จะเก็บลายด้วยไม้ไผ่เหลากลมปลายไม่แหลม เมื่อเก็บลายเสร็จ จะสอดเส้นด้ายด้วยไม้เก็บลายชนิดต่างๆ ตามแม่ลายที่จะเก็บ ลายชนิดนี้เรียกชื่อต่างกันไปตามความนิยมท้องถิ่น
3. ลายคาดก่าน หรือ มัดก่าน คือการสร้างลวดลายที่ใช้กรรมวิธีเช่นเดียวกับลายมัดหมี่ การคาดหรือมัดก่อนย้อมจะเป็นตัวกำหนดขนาดของลาย มักประดิษฐ์เป็นลายเล็กๆ ไม่พัฒนาเหมือนลายน้ำไหล

 
 
 
 
 
 
 

บทความ