บทความผ้าไหม
นวัตกรรมใหม่ยกระดับผ้าไหมส่งเสริมเศรษฐกิจ

ผ้าไหม มรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ที่กว่าจะได้มาเป็นผ้าไหมแต่ละผืนนั้น ต้องอาศัยเวลาและประสบการณ์ที่บ่มเพาะจากฝีมืออันประณีตบรรจง ถักทอลวดลายจนเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ ทำให้ผ้าไหมทรงคุณค่า มีราคา คนไทยส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกสวมใส่ในโอกาสสำคัญเท่านั้น ทั้งนี้ จุดอ่อนของผ้าไหม คือ ดูแลรักษายาก จึงทำให้ผ้าไหมได้รับความนิยมเฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น

pic1 pic1

เพื่อให้คนไทยและชาวต่างชาติหันมาให้ความสนใจผ้าไหมมากขึ้น ปัจจุบันได้มีการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับการทอ, การย้อม รวมทั้งการเพิ่มคุณสมบัติพิเศษเข้าไปในตัวผ้าไหม เช่น เพิ่มเส้นใยไผ่หรือเส้นใยฟิลาเจน ที่มีคอลลาเจนช่วยให้ผิวไม่ระคายเคือง การเพิ่มคุณสมบัติในการสะท้อนน้ำ ต้านแบคทีเรีย ทำให้ผ้าเนื้อนุ่มและยับยาก

pic1 pic1

อีกทั้งยังพัฒนาผ้าไหมให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้สีย้อมจากธรรมชาติ เช่น คราม ครั่ง ดอกดาวเรือง ผสมผสานกับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ ทำให้สีไม่ตก ปรับได้หลายเฉดสี การใช้เทคนิคการทอด้วยเส้นไหมขนาดเล็ก ทำให้เนื้อผ้าละเอียดนุ่ม การทอผสมเส้นไหมและเส้นใยธรรมชาติ เพื่อให้สวมใส่สบายและระบายความชื้นได้ดี นวัตกรรมการทอด้ายจากฝ้ายและไหม จนเกิดเป็นผ้ายีนส์ ด้วยการใช้กี่ทอผ้าที่มีอยู่ในชุมชน

pic1 pic1

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดเรื่องราวของผ้าไปสู่ผู้ใช้ ผ่านแอพพลิเคชั่น Color ID Labeling ติดไว้บนผืนผ้า ดังนั้นเมื่อลูกค้าอยากทราบประวัติความเป็นมาของผ้าทอ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามสามารถสแกน QR Code หรือ AR Code เพื่อดูข้อมูลได้ทันที
ปัจจุบันการพัฒนาผ้าไหมด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ได้รับการตอบรับที่ดีจากต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ของผ้าไหม และเป็นขวัญกำลังใจสำหรับช่างทอผ้าในชุมชน ให้มีรายได้และอาชีพจากสิ่งที่รักอย่างจริงจัง จนกลายเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศได้อย่างเต็มความภาคภูมิ

ขอบคุณข้อมูล : https://www.posttoday.com/life/healthy/565617

 
 
 
 
 
 
 

บทความ