บทความผ้าไหม
ภาคเหนือของไทย
ผ้าไหมยกดอกลำพูนอันเลื่องชื่อของเมืองลำพูน และความภาคภูมิใจของคนไทย

“ผ้าไหมยกดอกลำพูน” ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงที่ผืนผ้ามีลวดลายในตัว เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกถึงความนูน โดยเทคนิคนี้ เรียกว่า วิธีการยกดอก เกิดจากการยกบางเส้นและข่มบางเส้น แล้วพุ่งกระสวยไปในระหว่างกลางด้วยดิ้นเงินหรือดิ้นทอง สำหรับผ้าไหมยกดอก ก็จะต่างกันตรงที่ใช้ไหมพุ่ง อาจจะใช้เส้นไหมสีต่างๆ แทน โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้ฝ้ายหรือไหมสีเดียวกันตลอดทั้งผืน บางครั้งอาจมีการจกฝ้ายเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม ส่วนลวดลายที่นิยมใช้จะบ่งบอกถึงความอ่อนช้อยงดงามของธรรมชาติ รวมถึงเรื่องราวของดอกไม้ ใบไม้ สำหรับลวดลายโบราณดั้งเดิมที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันคือ ลายดอกพิกุลหรือดอกแก้ว นอกจากนั้นผ้าไหมชนิดนี้ ในอดีตยังใช้ได้แต่เฉพาะในคุ้มเจ้าหรือในพระราชสำนักเท่านั้น

pic1
pic1
pic1

สำหรับความเป็นมา “คนลำพูน” นิยมทอผ้าไว้ใช้เองในครัวเรือนมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยเฉพาะการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของชนชาวยอง หรือ ชาวไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองยองในประเทศพม่า จนกระทั่งพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระธิดาในพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ ผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ ๗ พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทูลขอพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ เสด็จกลับเชียงใหม่ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ทรงได้นำความรู้ที่เรียนมาจากราชสำนักส่วนกลางขณะประทับ ณ วังหลวงในกรุงเทพฯ มาประยุกต์ใช้ในการประดิษฐ์ลวดลาย และฝึกหัดคนในคุ้มเชียงใหม่ให้ทอผ้ายก นอกจากนั้น ยังเพิ่มลวดลายลงในผืนผ้าไหมให้พิเศษขึ้น คือเพิ่มด้ายเส้นพุ่งพิเศษเป็นดิ้นเงิน ดิ้นทอง การเก็บลายจึงต้องใช้ตะกอเพื่อให้สามารถทอลวดลายที่สลับซับซ้อน ประณีตงดงามได้ และเทคนิคนี้เรียกว่า การยกดอก และเนื่องด้วยทรงเป็นพระญาติกับเจ้าเมืองลำพูน จึงทรงถ่ายทอดความรู้เรื่องการทอผ้ายกให้แก่เจ้าหญิงส่วนบุญ พระราชชายาของเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ (เจ้าผู้ครองนครลำพูนองค์สุดท้าย) และเจ้าหญิงลำเจียก (พระธิดาเจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์) จากนั้นทั้งสองพระองค์จึงได้นำความรู้เรื่องการทอผ้ายกนี้ มาฝึกสอนให้กับคนในคุ้มหลวงลำพูนและชาวบ้าน จนเกิดความชำนาญและมีการเผยแพร่ทั่วไปในชุมชนต่างๆ ที่สำคัญทรงฟื้นฟูผ้าไหมยกดอกลำพูน โดยทรงดัดแปลงให้มีความวิจิตรสวยงามยิ่งขึ้น จนทำให้ผ้าไหมยกดอกลำพูน ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นผ้าที่นิยมในราชสำนักและแวดวงสังคมชั้นสูง และเมื่อการคมนาคมทั้งทางรถไฟและทางรถยนต์สะดวกขึ้น ภาคเหนือจึงกลายเป็นแหล่งผ้าไหมที่ลือชื่อ และตั้งแต่ พ.ศ.2475 ผ้ายกที่ทอด้วยฝีมือประณีตจากลำพูน จึงกลายเป็นที่ต้องการทั่วไป ไม่เฉพาะแต่ในราชสำนัก

pic1 pic1

ปัจจุบันการทอผ้าไหมยกดอกลำพูนเป็นมรดกทางหัตถกรรมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงทำให้จังหวัดลำพูนเป็นศูนย์กลางการทอผ้ายกดอกแหล่งสำคัญของประเทศไทย และ “ผ้าไหมยกดอกลำพูน” ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์” (Geographical Indications : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ด้วย

ขอบคุณข้อมูล : lamphunthaisilk.com

 
 
 
 
 
 
 

บทความ