บทความผ้าไหมทางภาคอีสานของไทย

หัวข้อ มารู้จักเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน

วัตถุดิบสำคัญซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างให้กับผ้าไหม คือ เส้นไหม ที่ได้จากรังของตัวไหมที่เลี้ยงด้วยใบหม่อน ซึ่งภาคอีสานถือเป็นแหล่งผลิตหม่อนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากมีพื้นที่มากและภูมิอากาศเอื้ออำนวย อีกทั้งยังสันนิษฐานว่า มีการปลูกต่อเนื่องยาวนานกว่า 3,000 ปี จากการค้นพบเศษผ้าที่ติดอยู่กับกำไลสำริดของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงและบ้านนาดี จังหวัดอุดรธานี

เส้นไหมไทย ได้จากการนำรังไหมพันธุ์ไทยมาสาวมือด้วยพวงสาวไหมพื้นบ้าน สำหรับพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงได้แก่ พันธุ์นางน้อย นางลาย นางหงอก นางสิ่ว นางเขียว นางตุ่ย สำโรง นางเหลือง นางไหม แพงพวย และกากี วนาสวรรค์ ทับทิมสยาม ไข่งู คอตั้ง สองพี่น้อง ลำปอ ฯลฯ รวมถึงการสาวไหม ยังถือเป็นอาชีพ ประเพณี และวัฒนธรรมสำคัญที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตของชาวอีสานได้เป็นอย่างดี ผู้หญิงทุกคนจะต้องสาวไหมเป็น จากการถ่ายทอดของรุ่นแม่สู่รุ่นลูก ตั้งแต่การทำให้ดู แนะนำวิธี กระทั่งให้ปฏิบัติเองซ้ำไปซ้ำมา จนเกิดเป็นความชำนาญ และทอผ้าไหมใช้เองได้ในที่สุด

การสาวไหมจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามความแตกต่างของชั้นรังไหมคือ

1. เส้นไหมหลืบ (ลืบ), ไหมเปลือก หรือไหม 3 เป็นเส้นไหมที่ได้จากเปลือกรังไหมชั้นนอก รวมถึงปุยไหม นิยมใช้สาวเป็นเส้นพุ่ง ลักษณะจะกลมใหญ่สม่ำเสมอ เนื้อหยาบ มีปุ่มปม สะอาด สีเข้ม

2. เส้นไหมสาวเลย, เส้นไหมรวดหรือไหม 2 เป็นเส้นไหมที่ได้จากเปลือกรังไหมชั้นนอกและชั้นในรวมกัน นิยมสาวเป็นเส้นพุ่งได้อย่างเดียว ลักษณะหยาบ เส้นใหญ่กลมกว่าไหม 1 ผิวไม่เรียบ สีสม่ำเสมอ สะอาด

3. เส้นไหมน้อย, ไหมเครือ, ไหมยอดหรือไหม 1 เป็นเส้นไหมที่ได้จากเปลือกรังไหมชั้นใน เมื่อสาวจะได้เส้นเรียบกลม เหนียว ขนาดและสีสม่ำเสมอ สะอาด นุ่มมือเมื่อสัมผัส นิยมใช้ทำเป็นเส้นยืนและเส้นพุ่งเนื่องจากเมื่อทอเป็นผืนผ้า เนื้อจะนุ่ม เรียบ มีความเลื่อมมันดีมาก

จากอดีตสู่ปัจจุบัน การผลิตเส้นไหมยังคงมีความสำคัญกับชีวิตชาวอีสาน นอกจากจะมีไว้ทอใช้เองแล้ว การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สาวไหม ยังเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในระดับสากล

ขอบคุณข้อมูล : http://www.ipthailand.go.th/images/781/s_54100080.pdf

 
 
 
 
 
 
 

บทความ