บทความผ้าไหมทางภาคอีสานของไทย
หัวข้อ ผ้าไหมกาบบัวเอกลักษณ์อัน งดงามของชาวอุบลราชธานี

“ผ้าไหมกาบบัว” ถือเป็นตัวแทนสำคัญที่บ่งบอกความยิ่งใหญ่และความเจริญรุ่งเรืองด้านศิลปะการทอผ้าของจังหวัดอุบลราชธานี ดังพระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หลังได้รับถวายผ้าทอจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ พระอนุชาต่างพระมารดาซึ่งรับผิดชอบดูแลมณฑลอีสาน โดยตั้งกองบัญชาการที่จังหวัดอุบลราชธานีในฐานะข้าหลวงต่างพระองค์ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ร.ศ.114 ใจความว่า “ส่งผ้าเยียรบับลาวมาให้นั้นได้รับแล้ว ผ้านี้ทอดีมาก เชียงใหม่สู้ไม่ได้เลย ถ้าจะยุให้ทอมาขายคงจะมีผู้ซื้อ ฉันจะรับเป็นนายหน้า ส่วนที่ส่งมาจะให้ตัดเสื้อ ถ้ามีเวลาจะถ่ายรูปให้ดู แต่อย่าตั้งใจคอยเพราะจะถ่ายเมื่อใดบอกไม่ได้”

pic1

จากการศึกษาค้นคว้าพบว่า ผ้าเยียรบับ คือ ผ้าลายกาบบัวคำ ทอด้วยเทคนิคขิดหรือยกด้วยไหม (ดิ้นทอง) แทรกด้วยไหมมัดหมี่และจกหรือเกาะด้วยไหมสีต่างๆ ลงบนผืนผ้า ชาวอุบลราชธานีได้ทอผ้าทูลเกล้าฯ ถวายเนื่องในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 28 เมษายน 2493 และอีก 5 ปีถัดมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไหมที่ชาวอุบลราชธานีทูลเกล้าฯ ถวาย สร้างความปลาบปลื้มและเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวอุบลราชธานีหันกลับมารักษามรดกอันทรงคุณค่านี้ไว้อีกครั้ง และถือเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี

ประเภทของผ้าไหมกาบบัว

ผ้ากาบบัวจก คือ ผ้าที่เพิ่มการจก ลวดลายจะเป็นกระจุกดาว อาจมีบางส่วนหรือทั่วทั้งผืน บางคนเรียกว่า เกาะลายดาว ชาวอุบลราชธานีได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน โดยใช้ชื่อว่า ซิ่นหัวจกดาว เหมาะที่จะใช้งานในพิธีหรือโอกาสสำคัญ ปัจจุบันมีการพัฒนาเพิ่มบริเวณตีนซิ่น คือ การเอานิ้วจกลงไประหว่างเส้นด้ายที่ขึงทออยู่ แล้วปักลวดลายเฉพาะจุดออกมาเป็นรูปดาวระยิบระยับ เป็นลักษณะเด่นเฉพาะที่มีแต่จังหวัดอุบลราชธานีเพียงแห่งเดียว

ผ้ากาบบัวคำ คือ ผ้าทอยกหรือขิดด้วยไหมคำ ดิ้นทอง อาจแทรกด้วยไหมเงิน จากการตีโลหะให้เป็นเส้นบางๆ และทอแทรกเข้าไประหว่างไหม ทำให้ผ้าเกิดสีแวววาว มีน้ำหนัก ต้องใช้ความประณีตในการทอสูง สมัยก่อนเทคนิคนี้เกือบสูญหายไปจากจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากใส่ได้เฉพาะเจ้านายและผู้สืบสกุลจากเจ้าเมืองเท่านั้น ปัจจุบันบ้านคำปุ่นได้สืบทอดความสวยงาม จึงทำให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสเห็น และเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2543 ผ้าไหมกาบบัวได้กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดของจังหวัดอุบลราชธานี

pic1

ขอบคุณข้อมูลและภาพ : เว็บไซต์ https://www.isangate.com/new/isan-knowledge/149-pa-kab-bua.html

 
 
 
 
 
 
 

บทความ